ภูพานเฮ หรือ Pupunha มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bactris gasipaes เป็นพืชในตระกูลปาล์มที่มีถิ่นกำเนิดและประวัติการใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนานในภูมิภาคอเมซอน สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากผลและส่วนยอดหรือ Heart of Palm จึงมีการปลูกเชิงเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ของทวีปอเมริกาใต้
วันนี้ PUPANHA กำลังพัฒนาระบบการปลูก การตลาด และผลิตภัณฑ์จากภูพานเฮ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรไทย
ภูพานเฮเป็นพืชตระกูลปาล์มชนิด Bactris gasipaes จุดเด่นของพืชชนิดนี้คือสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน โดยเฉพาะ:
หน่อและยอดอ่อน : สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบอาหารและผลิตภัณฑ์ประเภท Heart of Palm
ผลภูพานเฮ : ผลสามารถนำไปประกอบอาหารและพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปได้
ต้นและหน่อที่แตกใหม่ : ภูพานเฮสามารถแตกหน่อจากต้นแม่ ทำให้สามารถบริหารจัดการแปลงเพื่อเก็บผลผลิตต่อเนื่องได้
| รูปแบบการปลูก | ระยะปลูกที่แนะนำ | จำนวนต้นพันธุ์ต่อไร่ |
| ปลูกแบบตัดหน่อ | 2 × 2 เมตร | ประมาณ 400 ต้น |
| ปลูกแบบตัดผล | 4 × 4 / 5 × 5 / 6 × 6 เมตร | ประมาณ 50 – 100 ต้น |
หากปลูกเพื่อเก็บหน่อ : ต้องวางแผนรอบการเลี้ยงและตัดหน่อ เพื่อให้มีรุ่นใหม่เข้ามาทดแทนอย่างต่อเนื่อง
หากปลูกเพื่อเก็บผล : ควรควบคุมจำนวนหน่อไม่ให้มากเกินไป เพื่อไม่ให้แย่งน้ำและอาหารจากต้นแม่ โดยแนวทางของสวนจะนิยมควบคุมให้เหลือหน่อที่เหมาะสมประมาณ 2–3 หน่อ (พิจารณาตามความสมบูรณ์ของต้น)
ผลภูพานเฮมีลักษณะออกเป็นทะลาย สีของผลอาจแตกต่างตามพันธุกรรมและระยะความสุก ภายในผลสามารถพบได้ทั้งผลที่มีเมล็ดและผลที่ไม่มีเมล็ด
ในต่างประเทศ ผลของ Bactris gasipaes มีการนำไปต้ม ประกอบอาหาร ทำแป้ง และพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่าง ๆ สำหรับประเทศไทย PUPANHA กำลังให้ความสำคัญกับการศึกษาการปลูก การเก็บผล และการพัฒนาตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตในอนาคต
ศักยภาพของภูพานเฮไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการขายต้นพันธุ์ แต่สามารถพัฒนาต่อยอดได้หลายด้าน ได้แก่:
ต้นพันธุ์ภูพานเฮ: สำหรับขยายพื้นที่เพาะปลูก
หน่อสด: สำหรับตลาดอาหารและการแปรรูป
ผลสดภูพานเฮ: สำหรับบริโภคและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร
ผลิตภัณฑ์แปรรูป: สามารถศึกษาและพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม วัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “ปลูกต้นไม้” แต่เป็นการพัฒนาระบบตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ
การเริ่มต้นสวนที่ดีควรเริ่มจากต้นพันธุ์ที่แข็งแรง PUPANHA ให้ความสำคัญกับการอนุบาลต้นพันธุ์ก่อนส่งให้เกษตรกร พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมพื้นที่ การปลูก ระบบน้ำ การให้ธาตุอาหาร และการจัดการแปลง
✓ ความแข็งแรงของต้น
✓ ระบบราก
✓ ความสมบูรณ์ของใบ
✓ อายุและขนาดเหมาะสมสำหรับลงแปลง
✓ แหล่งที่มาของต้นพันธุ์
✓ การดูแลหลังการขาย
✓ ความรู้และระบบสนับสนุนหลังปลูก
สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการตามเงื่อนไขของบริษัท สามารถมีข้อตกลงหรือ MOU ที่กำหนดหลักเกณฑ์ด้านการผลิตและการรับซื้อ โดยโครงการมีการกำหนด ราคาประกันขั้นต่ำ สำหรับผลผลิตที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรฐานของโครงการ
ทั้งนี้ การรับซื้อ ราคา มาตรฐาน ขนาด คุณภาพ ระยะเวลาของสัญญา และเงื่อนไขอื่น ๆ ให้เป็นไปตาม MOU หรือสัญญาฉบับที่เกษตรกรทำกับบริษัท ผู้สนใจควรศึกษารายละเอียดของสัญญาก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
เกษตรกร
เกษตรกรที่ต้องการหาพืชเศรษฐกิจใหม่
เจ้าของสวน
เจ้าของสวนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากพืชชนิดเดิม
ผู้ที่มีที่ดิน
ผู้ที่มีที่ดินและต้องการพัฒนาเป็นพื้นที่เกษตร
ผู้หวังผลผลิตระยะยาว
เกษตรกรที่สนใจสร้างสวน ผลิตหน่อ เพื่อผลิตผลระยะยาว
ผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการที่สนใจผลิตภัณฑ์แปรรูปจากภูพานเฮ
นักลงทุนสายเกษตร
ผู้ที่ต้องการลงทุนในพืชระยะยาวที่สร้างรายได้หลายทาง
คำเตือน: การลงทุนทางการเกษตรมีความเสี่ยงจากสภาพอากาศ โรคพืช ต้นทุน แรงงาน ผลผลิต และภาวะตลาด ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินพื้นที่ของตนก่อนตัดสินใจ
เราเชื่อว่าการสร้างพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องสร้างมากกว่า “ต้นพันธุ์” เราจึงพยายามพัฒนาระบบตั้งแต่
ต้นพันธุ์
ความรู้
การดูแล
ผลผลิต
การแปรรูป
การตลาด
ากคุณกำลังศึกษาภูพานเฮ และยังไม่แน่ใจว่าพื้นที่ของคุณเหมาะกับการปลูกหรือไม่ สามารถติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้น โดยเตรียมข้อมูลดังนี้
จังหวัดที่ต้องการปลูก
จำนวนไร่
แหล่งน้ำในพื้นที่
ลักษณะพื้นที่
เป้าหมายการปลูก (เก็บหน่อ หรือ เก็บผล)
จำนวนต้นที่สนใจ
ปลูกให้เข้าใจตลาด ก่อนตัดสินใจลงทุน
PUPANHA: สร้างต้นน้ำ พัฒนากลางน้ำ เชื่อมต่อปลายน้ำ